บรรษัทภิบาล
การกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านคอร์รัปชัน
บริษัทฯยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยมุ่งสร้างคุณค่าและความยั่งยืนในระยะยาว โดยมีนโยบายไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ส่งเสริมวัฒนธรรมความซื่อสัตย์สุจริต การปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ และจริยธรรมทางธุรกิจอย่างเคร่งครัด ตลอดจนสนับสนุนให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานทุกระดับ และคู่ค้าปฏิบัติตามนโยบายนี้อย่างจริงจัง มีการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม เปิดโอกาสให้มีการร้องเรียนหรือแจ้งเบาะแสโดยสุจริต และคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเป็นธรรม และเชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านคอร์รัปชัน คือรากฐานสำคัญของความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ และความยั่งยืนขององค์กรและสังคมโดยรวม
แผนการจัดการการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านคอร์รัปชัน
- การเข้าร่วมโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (Corporate Governance Report: CGR) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
- การยื่นแบบประเมินตนเองเพื่อพัฒนาระบบต่อต้านคอร์รัปชันให้แก่คณะกรรมการแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ครั้งที่ 3 เพื่อการต่ออายุการรับรองการเป็นสมาชิก CAC (ครั้งที่ 2 ครบกำหนด 31 มีนาคม 2569)
เป้าหมายการดำเนินงาน
- บริษัทฯได้รับผลคะแนนการประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการในระดับดีเลิศ
- บริษัทฯได้รับการรับรองด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน
ผลการดำเนินงาน
| ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 | |
| ผลคะแนนการประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการ | ระดับดีเลิศ | ระดับดีเลิศ | ระดับดีเลิศ |
| การรับรองการต่อต้านคอร์รัปชัน | ได้รับการรับรอง | ได้รับการรับรอง | ได้รับการรับรอง |
ผลคะแนนการประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการ
98
9 ปีต่อเนื่อง
บริษัทฯ ได้รับผลคะแนนการประเมิน 98% ระดับ 5 ดาว“ดีเลิศ” จากสมาคมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)
โดยการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัทฯได้รับการรับรองด้านการต่อต้านคอร์รัปชัน อย่างต่อเนื่อง
สมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย
บริษัทฯ ได้รับประกาศนียบัตรรับรองการเป็น สมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC) อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2560และได้รับการต่ออายุการรับรองอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ผลคะแนนการประเมินโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการ
98
9 ปีต่อเนื่อง
บริษัทฯ ได้รับผลคะแนนการประเมิน 98% ระดับ 5 ดาว“ดีเลิศ” จากสมาคมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) โดยการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บริษัทฯได้รับการรับรองด้านการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง
สมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย

บริษัทฯ ได้รับประกาศนียบัตรรับรองการเป็น สมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC) อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี 2560 และได้รับการต่ออายุการรับรองอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
การบริหารจัดการความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ
บริษัทฯให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยมีกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการระบุ ประเมิน และติดตามความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน พร้อมจัดทำและทบทวนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด ลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนความมั่นคงและความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
แผนการบริหารจัดการความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงและการเตรียมความพร้อมด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อให้การดำเนินงานสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในสถานการณ์ไม่คาดคิด โดยบริษัทฯ มีการระบุและประเมินความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงคำนึงถึงความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
บริษัทฯ ยังติดตามและประเมินความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมต่อความท้าทายในอนาคต เช่น ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risk) ความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Risk) และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Risk)
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำ แผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) เพื่อกำหนดแนวทางในการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือวิกฤตที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สามารถฟื้นฟูการดำเนินงานและกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ
บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางในการบริหารจัดการความเสี่ยงและการรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ เพื่อป้องกันและลดโอกาสที่การดำเนินธุรกิจจะเกิดการหยุดชะงัก โดยครอบคลุม 3 ขั้นตอนสำคัญ ดังนี้
1. การเตรียมความพร้อมก่อนเกิดเหตุการณ์
1.1 การระบุความเสี่ยง
ทุกหน่วยงานร่วมกันระบุความเสี่ยงและปัจจัยที่อาจส่งผลให้การดำเนินงานเกิดการหยุดชะงัก เช่น ความขัดข้องของเครื่องจักร ระบบคอมพิวเตอร์ล่ม หรือการขาดแคลนวัตถุดิบ
1.2 การกำหนดระดับความรุนแรงของเหตุการณ์
มีการกำหนดระดับความเสียหายที่องค์กรสามารถยอมรับได้ และระดับที่ต้องดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจโดยรวม
1.3 ระบบการแจ้งเตือนและเฝ้าระวังความเสี่ยง
จัดให้มีระบบเตือนภัยหรือจุดเฝ้าระวัง เพื่อให้สามารถตรวจพบสัญญาณของปัญหาและดำเนินการป้องกันหรือแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
1.4 การจัดทำคู่มือปฏิบัติในกรณีฉุกเฉิน
แต่ละหน่วยงานมีคู่มือหรือแนวทางปฏิบัติที่ระบุหน้าที่ความรับผิดชอบของบุคลากรอย่างชัดเจน พร้อมแนวทางในการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินแต่ละประเภท
2. การรับมือในระหว่างเกิดเหตุการณ์
2.1 ช่องทางการติดต่อฉุกเฉิน
กำหนดช่องทางการแจ้งเหตุฉุกเฉิน พร้อมระบุข้อมูลการติดต่อของผู้รับผิดชอบและหน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยดับเพลิง หน่วยกู้ภัย หรือผู้ให้บริการซ่อมบำรุงฉุกเฉิน
2.2 การกำหนดระยะเวลาในการฟื้นฟูการดำเนินงาน
กำหนดเป้าหมายระยะเวลาที่แต่ละหน่วยงานต้องสามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการฟื้นฟูการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
2.3 การเตรียมทรัพยากรสำรอง
จัดเตรียมทรัพยากรสำรอง เช่น อุปกรณ์ ข้อมูล หรือสถานที่ปฏิบัติงานสำรอง เพื่อให้สามารถนำมาใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
2.4 การใช้ระบบหรือวิธีการสำรอง
ในกรณีที่ระบบหลักไม่สามารถใช้งานได้ บริษัทฯ มีแผนรองรับในการเปลี่ยนไปใช้ระบบสำรองหรือวิธีการดำเนินงานแบบ Manual ตามที่กำหนดไว้ เพื่อลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
3. การตรวจสอบ ทบทวน และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
3.1 การซ้อมแผนรับมือเหตุการณ์จำลอง
บริษัทฯ จัดให้มีการซ้อมแผนรับมือเหตุการณ์จำลองอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมในการปฏิบัติจริง และเพื่อทบทวนประสิทธิภาพของแผนที่กำหนดไว้
3.2 การบันทึกและเรียนรู้จากเหตุการณ์
เหตุการณ์ที่อาจส่งผลให้การดำเนินงานหยุดชะงัก หรือเหตุการณ์ที่เกือบก่อให้เกิดผลกระทบ จะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางป้องกันและปรับปรุงกระบวนการทำงานในอนาคต
3.3 การรายงานต่อผู้บริหาร
มีการสรุปและรายงานผลการบริหารจัดการความเสี่ยงให้ผู้บริหารรับทราบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและเสริมสร้างความมั่นคงขององค์กรในระยะยาว
3.4 การทดสอบการกู้คืนระบบและข้อมูล
มีการทดสอบกระบวนการกู้คืนระบบและการนำข้อมูลสำรองกลับมาใช้งานจริง เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถฟื้นฟูการดำเนินงานและกลับสู่ภาวะปกติได้ตามระยะเวลาที่กำหนด
เป้าหมายการดำเนินงาน
- ไม่มีเหตุการณ์หยุดชะงักที่เกินระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับ (Risk Appetite) และสามารถฟื้นฟูการดำเนินงานให้กลับสู่ภาวะปกติ ภายในระยะเวลาที่กำหนด (RTO) ได้ 100%
ผลการดำเนินงาน
| ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 | |
| ไม่มีเหตุการณ์หยุดชะงักที่เกินระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับ (Risk Appetite) และสามารถฟื้นฟูการดำเนินงานให้กลับสู่ภาวะปกติ ภายในระยะเวลาที่กำหนด (RTO) ได้ 100% | 0 เหตุการณ์ | 0 เหตุการณ์ | 0 เหตุการณ์ |
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
บริษัทฯให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงและความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยมีกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการระบุ ประเมิน และติดตามความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน พร้อมจัดทำและทบทวนแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด ลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนความมั่นคงและความยั่งยืนขององค์กรในระยะยาว
บริษัทฯ ส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โดยให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชน แนวปฏิบัติด้านแรงงานที่เป็นธรรม ความปลอดภัยในการทำงาน จริยธรรมทางธุรกิจ ความโปร่งใส และการบริหารจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากกระบวนการจัดหาและการผลิต
ในฐานะผู้ผลิตเครื่องประดับ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ ผ่านกระบวนการคัดเลือกคู่ค้า การประเมินและบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการติดตามและทบทวนผลการปฏิบัติตามมาตรฐานด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าและบริการที่ส่งมอบมีคุณภาพ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
แผนการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ มีนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่กำหนดกระบวนการคัดเลือกคู่ค้าอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อบริหารความเสี่ยงด้านการค้า การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และการทุจริตคอร์รัปชัน โดยหลีกเลี่ยงการทำธุรกิจกับคู่ค้าที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม และยึดถือการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจอย่างเคร่งครัด
บริษัทฯ บูรณาการปัจจัยด้าน ESG เข้ากับกระบวนการคัดเลือกและประเมินคู่ค้า ควบคู่กับเกณฑ์ด้านราคา คุณภาพ และการส่งมอบสินค้า โดยให้ความสำคัญกับการจ้างงานอย่างเป็นธรรม การไม่ใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำจรรยาบรรณคู่ค้าธุรกิจและแนวปฏิบัติ (Supplier Code of Conduct) โดยอ้างอิงกฎหมายและมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับ เพื่อใช้เป็นกรอบในการกำกับ ดูแล และติดตามการดำเนินงานของคู่ค้า ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในระยะยาวการยอมรับ อาทิ องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Global Compact) เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกันในระยะยาว
กระบวนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน

1. การกำหนดทิศทางและความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน
บริษัทฯ กำหนดทิศทางการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ โดยบูรณาการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และจริยธรรมทางธุรกิจ ตามหลักการของ UN Global Compact ควบคู่กับข้อกำหนดของ Responsible Jewellery Council (RJC) เพื่อใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานและสื่อสารความคาดหวังไปยังคู่ค้าตลอดห่วงโซ่คุณค่า
2. การระบุขอบเขตและการประเมินประเด็นความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญ
บริษัทฯ ประเมินขอบเขตของห่วงโซ่อุปทานและระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โดยพิจารณาจากลักษณะกิจกรรม วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และบริบทของประเทศหรือพื้นที่ที่คู่ค้าดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงและการตัดสินใจด้านการจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ โดยมีโครงการบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain Risk Management) เป็นกรอบสำคัญในการดำเนินงาน
3. การกำหนดกลุ่มคู่ค้าและการบริหารความสัมพันธ์
บริษัทฯ กำหนดขอบเขตคู่ค้าให้ครอบคลุมผู้จัดหาสินค้าและบริการทุกประเภท อาทิ ผู้จัดหา ผู้แทนจำหน่าย ผู้รับเหมา บริษัทที่ปรึกษา และคู่ค้าทางธุรกิจอื่น ๆ เพื่อให้การบริหารจัดการความเสี่ยงและการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่า และสอดคล้องกับความรับผิดชอบของคู่ค้าตามข้อกำหนดของ RJC
4. การบูรณาการสู่การปฏิบัติ
บริษัทฯ ได้จัดทำโครงการพัฒนาคู่ค้า โดยนำแนวทางความยั่งยืนที่สอดคล้องตาม RJC COP / ESG Standard มาบูรณาการในกระบวนการคัดเลือก ประเมิน และติดตามคู่ค้า โดยกำหนดให้คู่ค้าปฏิบัติตามจรรยาบรรณและแนวปฏิบัติ (Supplier Code of Conduct) ซึ่งอ้างอิงหลักการของ UN Global Compact และข้อกำหนดของ RJC พร้อมทั้งส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการพัฒนาศักยภาพของคู่ค้า เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานร่วมกัน
5. การติดตาม ประเมินผล และการทบทวนการดำเนินงาน
บริษัทฯ มีการติดตามและประเมินผลการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง โดยนำผลการประเมินมาใช้ในการบริหารความเสี่ยง การปรับปรุงกระบวนการ และการพัฒนาแนวทางการทำงานร่วมกับคู่ค้า เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใส ความเชื่อมั่น และผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนในระยะยาว
เป้าหมายการดำเนินงาน
- จัดตั้งระบบติดตามและตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานตามหลัก OECD Due Diligence
- คู่ค้ารายหลักผ่านการคัดเลือกและประเมินตามหลัก OECD Due Diligence > 80%
- ลดความเสี่ยงของวัตถุดิบจากพื้นที่ความเสี่ยงสูง (CAHRA)
ผลการดำเนินงาน
| ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 | |
| จัดตั้งระบบติดตามและตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานตามหลัก OECD Due Diligence | – | – | 94.29% |
| คู่ค้ารายหลักผ่านการคัดเลือกและประเมินตามหลัก OECD Due Diligence | – | – | 88.72% |
| ลดความเสี่ยงของวัตถุดิบจากพื้นที่ความเสี่ยงสูง (CAHRA) | 100% | 100% | 100% |
การพัฒนาระบบบริหารจัดการ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง โดยส่งเสริมการนำเทคโนโลยี กระบวนการ และแนวคิดใหม่ ๆ มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง และการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมสนับสนุนการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืนของงอค์กรในระยะยาว
แผนการพัฒนาระบบบริหารจัดการ
บริษัทฯ กำหนดแผนการพัฒนาระบบบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยครอบคลุมการพัฒนาด้านข้อมูล กระบวนการผลิต เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของบุคลากรในองค์กร
บริษัทฯ ดำเนินการทบทวนและปรับปรุงนโยบาย รวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเฉพาะมาตรฐานของ Responsible Jewellery Council (RJC) พร้อมทั้งเข้ารับการตรวจประเมินจากหน่วยงานภายนอกตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับระบบบริหารจัดการให้มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และสามารถตรวจสอบได้
แนวทางการบริหารจัดการเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน RJC
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในมาตรฐานของ Responsible Jewellery Council (RJC) ภายใต้กรอบ Code of Practice (COP) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลด้านความรับผิดชอบทางธุรกิจในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ครอบคลุมประเด็นด้านจริยธรรม สิทธิมนุษยชน แรงงาน สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาลตลอดห่วงโซ่อุปทาน
การได้รับการรับรองมาตรฐาน RJC สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน
1. การยึดมั่นในจริยธรรมทางธุรกิจ (Business Ethics)
บริษัทฯ กำหนดและบังคับใช้นโยบายด้านจริยธรรมทางธุรกิจอย่างเคร่งครัด ครอบคลุมถึงการต่อต้านการทุจริตและการติดสินบน การป้องกันการฟอกเงิน การดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องในทุกประเทศที่บริษัทดำเนินธุรกิจ
บริษัทฯ จัดให้มีระบบควบคุมภายในที่เหมาะสม พร้อมกลไกการรับเรื่องร้องเรียนที่เป็นอิสระและเป็นความลับ รวมถึงการจัดอบรมพนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ และความโปร่งใส
2. การเคารพสิทธิมนุษยชนและสวัสดิภาพแรงงาน
บริษัทฯ เคารพและสนับสนุนหลักสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานสากล และดำเนินการตามแนวทาง Human Rights Due Diligence ตลอดห่วงโซ่อุปทาน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับประเด็นสำคัญ ได้แก่
- การไม่ใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับ
- การจ้างงานอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส
- การจัดให้มีค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
- การกำหนดชั่วโมงการทำงานอย่างเหมาะสม
- การไม่เลือกปฏิบัติ และการส่งเสริมความเท่าเทียมในสถานที่ทำงาน
- การจัดให้มีกลไกรับเรื่องร้องเรียนโดยไม่เปิดเผยตัวตนและไม่มีการตอบโต้ผู้ร้องเรียน
บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงานทุกระดับ
3. การบริหารจัดการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างรับผิดชอบ
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต ไปจนถึงการส่งมอบสินค้า
การดำเนินงานครอบคลุมถึง
- การคัดเลือกและประเมินคู่ค้าตามหลักการจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Sourcing)
- การตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ
- การจัดการของเสียและการควบคุมการปล่อยมลพิษ
- การบริหารจัดการสารเคมีอย่างปลอดภัย
- การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
- การประเมินและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
- การบริหารจัดการน้ำและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
บริษัทฯ มีระบบติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและลดผลกระทบในระยะยาว
4. ระบบการบริหารจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบบริหารจัดการที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของ RJC โดยกำหนดโครงสร้างความรับผิดชอบที่ชัดเจน รวมถึงการจัดทำนโยบายและกระบวนการปฏิบัติงานเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมทั้งมีระบบควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในอย่างสม่ำเสมอ
การดำเนินงานครอบคลุมถึง
- การกำกับดูแลโดยผู้บริหารระดับสูง
- การทบทวนการบริหารจัดการอย่างสม่ำเสมอ
- ระบบเอกสารและบันทึกข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
- การเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างเหมาะสม
แนวทางดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความโปร่งใส ความเป็นธรรม และความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
5. การจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบตามมาตรฐาน Responsible Jewellery Council
บริษัทฯ กำหนดมาตรการตรวจสอบและควบคุมห่วงโซ่อุปทานอย่างรัดกุม เพื่อให้มั่นใจว่าวัตถุดิบที่นำมาใช้ในกระบวนการผลิตเป็นไปตามหลักการจัดหาอย่างมีความรับผิดชอบ
บริษัทฯ ดำเนินการภายใต้กรอบ Responsible Sourcing เพื่อให้มั่นใจว่า วัตถุดิบที่ใช้
- ไม่สนับสนุนความขัดแย้ง (Conflict Financing) โดยมีการประเมินความเสี่ยงของแหล่งที่มา และหลีกเลี่ยงการจัดหาจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งหรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง (Conflict-Affected and High-Risk Areas: CAHRA) โดยปราศจากการตรวจสอบที่เหมาะสม
- ไม่เกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผ่านกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน (Human Rights Due Diligence) และการกำหนดข้อกำหนดด้านจริยธรรมสำหรับคู่ค้าทางธุรกิจ
- ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินหรือกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย โดยมีการตรวจสอบคู่ค้า (Know Your Counterparty: KYC) และมาตรการป้องกันการฟอกเงิน (Anti-Money Laundering: AML) อย่างเคร่งครัด
- มีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ผ่านระบบการบันทึกข้อมูลและกระบวนการติดตามวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทางจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
แนวทางดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียในระดับสากล
การปฏิบัติตามมาตรฐาน RJC ไม่ได้เป็นเพียงการดำเนินการเพื่อให้ได้รับการรับรองเท่านั้น แต่ยังเป็นกรอบการดำเนินธุรกิจที่บริษัทฯ นำมาใช้เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า คู่ค้า ผู้มีส่วนได้เสีย และสังคมโดยรวม
บริษัทฯ จะเดินหน้าพัฒนาระบบการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และหลักธรรมาภิบาลตามมาตรฐานสากล
เป้าหมายการดำเนินงาน
- เสริมสร้างระบบกำกับดูแลและควบคุมกระบวนการผลิตให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
ผลการดำเนินงาน
| ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 | |
| เสริมสร้างระบบกำกับดูแลและควบคุมกระบวนการผลิตให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล | ผ่านการรับรองมาตรฐาน RJC | ผ่านการรับรองมาตรฐาน RJC | ผ่านการรับรองมาตรฐาน RJC |
ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยมุ่งป้องกันการเข้าถึง ใช้ เปิดเผย หรือทำลายข้อมูลโดยมิชอบ บริษัทฯกำหนดมาตรการด้านเทคนิคและการบริหารจัดการที่เหมาะสม สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ เพื่อรักษาความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้งานของข้อมูล ทั้งของบริษัท ลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมทั้งทบทวนและพัฒนามาตรการอย่างต่อเนื่อง
แผนการจัดการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปกป้องระบบสารสนเทศ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล และข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสีย โดยกำหนดแนวทางการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งการป้องกัน (Prevention) การเฝ้าระวังและตรวจจับ (Detection) และการตอบสนองต่อเหตุการณ์ (Response) เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ข้อมูลสำคัญ และความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวสอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง อาทิ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานด้าน Cyber Security ที่สำคัญ ดังนี้
1. การสร้างความตระหนักและพัฒนาความรู้ด้าน Cyber Security
บริษัทฯ ส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบบ่อย เช่น Phishing และ Malware รวมถึงแนวทางการปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กร อาทิ ข้อมูลส่วนบุคคล รหัสผ่าน และข้อมูลทางธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีการจัดฝึกอบรมและกิจกรรมทดสอบความพร้อมด้าน Cyber Security เป็นระยะตามแผนที่กำหนด เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและลดความเสี่ยงจากการใช้งานระบบสารสนเทศ
2. การป้องกัน เฝ้าระวัง และตรวจจับภัยคุกคาม
บริษัทฯ ดำเนินมาตรการด้านเทคโนโลยีเพื่อป้องกันและเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยติดตั้งและบริหารจัดการระบบป้องกันเครือข่ายและระบบสารสนเทศ เช่น Firewall และระบบป้องกันการบุกรุก โดยใช้อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยจาก Fortinet เพื่อควบคุมและป้องกันการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งมีการตรวจสอบ Log และสถานะการทำงานของระบบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังดำเนินการอัปเดต Patch และซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยให้เป็นเวอร์ชันปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง รวมถึงการกำหนดและควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงระบบและข้อมูลให้สอดคล้องกับบทบาทและหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ใช้งาน
3. การจัดทำแผนและการเตรียมความพร้อมรับมือเหตุการณ์ด้าน Cyber Security
บริษัทฯ จัดทำแผนรับมือเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมกระบวนการแจ้งเหตุ การควบคุมความเสียหาย การกู้คืนระบบ และการรายงานเหตุการณ์ โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีแผนกู้คืนระบบสารสนเทศ (Disaster Recovery Plan: DRP) เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดบทบาทหน้าที่ของผู้รับผิดชอบและช่องทางการแจ้งเหตุไว้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีการบันทึก วิเคราะห์ และรายงานเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ทุกกรณี นอกจากนี้ ยังมีการซ้อมรับมือเหตุการณ์ไซเบอร์และทบทวนแผนรับมือเหตุการณ์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้แผนมีความทันสมัยและสอดคล้องกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
แนวทางดังกล่าวช่วยเสริมสร้างระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ สนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคง และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในระยะยาว
เป้าหมายการดำเนินงาน
- ไม่มีเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ
- ไม่เกิดเหตุการณ์การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่มีนัยสำคัญ
ผลการดำเนินงาน
| ปี 2566 | ปี 2567 | ปี 2568 | |
| เหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ | 0 กรณี | 1 กรณี * | 0 กรณี |
| เหตุการณ์การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่มีนัยสำคัญ | 0 กรณี | 0 กรณี | 0 กรณี |
หมายเหตุ: *บริษัทฯสามารถใช้ระบบ Backup กู้คืนระบบกลับมาได้สมบูรณ์ 100% ภายในระยะเวลาที่กำหนด
