สังคม

พัฒนา “คน” ด้วยหัวใจ

ดูแล “สังคม” อย่างยั่งยืน

คุณภาพงาน คุณภาพชีวิต

แพรนด้าเชื่อว่า “คน” คือทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุด และเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2516 การดูแลพนักงานให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่เพียงสร้างความสุขและความมั่นคงในการทำงาน แต่ยังสะท้อนออกมาเป็นคุณภาพของผลงานที่ประณีต สวยงาม และเปี่ยมด้วยคุณค่า

แพรนด้าจึงมุ่งส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีอย่างรอบด้าน ผ่านสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการใช้ชีวิต ทั้งโรงอาหารที่ถูกสุขอนามัย หอพักพนักงาน สวนสุขภาพ อาคารสโมสร และสหกรณ์ออมทรัพย์ เพื่อให้พนักงานมีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง พร้อมร่วมสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพสู่ลูกค้าทั่วโลก

ศูนย์พัฒนาเด็ก แพรนด้า

ก่อตั้งและดำเนินงานตั้งแต่ปี 2535 – ปัจจุบัน
ให้การดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กสะสมรวมทั้งสิ้น

1,122

แพรนด้าเชื่อว่าครอบครัวที่เข้มแข็งคือจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดี จึงจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กภายในสถานประกอบการ เพื่อดูแลบุตรหลานก่อนวัยเรียนของพนักงานอย่างใกล้ชิด ช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจในความปลอดภัยและพัฒนาการของบุตรหลาน

ศูนย์พัฒนาเด็ก แพรนด้า

ก่อตั้งและดำเนินงานตั้งแต่ปี 2535 – ปัจจุบัน
ให้การดูแลและส่งเสริมพัฒนาการเด็กสะสมรวมทั้งสิ้น

1,122

แพรนด้าเชื่อว่าครอบครัวที่เข้มแข็งคือจุดเริ่มต้นของคุณภาพชีวิตที่ดี จึงจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กภายในสถานประกอบการ เพื่อดูแลบุตรหลานก่อนวัยเรียนของพนักงานอย่างใกล้ชิด ช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจในความปลอดภัยและพัฒนาการของบุตรหลาน

การส่งเสริมบทบาทสตรี

แพรนด้าให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมทางเพศ และสนับสนุนบทบาทสตรีในทุกระดับ โดยเฉพาะตำแหน่งผู้นำและผู้บริหาร เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กร บนพื้นฐานของความเคารพความแตกต่าง โอกาสที่เป็นธรรม และการมีส่วนร่วมอย่างสมดุลและสร้างสรรค์
ปี 2568


74.32

สัดส่วนบุคลากรหญิง ในระดับบริหารองค์กร

การสร้างอาชีพ ส่งเสริมศักยภาพผู้พิการ

ปี 2568 ส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการ

24

ปี 2568 มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการจ้างงานรวม

6,403,256

การสร้างอาชีพ ส่งเสริมศักยภาพผู้พิการ

ปี 2568 ส่งเสริมการจ้างงานผู้พิการ

24

ปี 2568 มูลค่าทางเศรษฐกิจจากการจ้างงานรวม

6,403,256

โครงการการศึกษาระบบทวิภาคี สาขาเครื่องประดับอัญมณี

ปี 2543 - ปัจจุบัน
มีผู้สำเร็จการศึกษารวม


1,611

ปี 2568
มูลค่าทางเศรษฐกิจที่ชุมชน สังคมได้รับจากโครงการ


11,873,767.85
แพรนด้าได้ร่วมมือกับกาญจนาภิเษกวิทยาลัยช่างทองหลวง และวิทยาลัยเทคนิคสุรนารี พัฒนากำลังคน ช่างฝีมือคุณภาพให้แก่อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย สร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาอาชีพ และยกระดับศักยภาพคนอย่างยั่งยืน

Corporate Governance Arrow รายละเอียดโครงการ

การเคารพสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจโดยยึดมั่นในหลักการเคารพสิทธิมนุษยชน ความเท่าเทียม และการไม่เลือกปฏิบัติ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานแรงงานสากล และหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน โดยบูรณาการการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมส่งเสริมสิทธิแรงงาน การปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรม และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพนักงานทุกระดับ ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เอื้อต่อความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานอย่างยั่งยืน เพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพการทำงาน การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการเติบโตขององค์กรในระยะยาว

นโยบายการเคารพสิทธิมนุษยชน

การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

นโยบายการเคารพสิทธิมนุษยชน

การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

แผนการจัดการด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียม

1. การประเมินความเสี่ยงและกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ (Human Rights Due Diligence) ครอบคลุมการดำเนินงานขององค์กร คู่ค้า และห่วงโซ่คุณค่า เพื่อระบุ ประเมินป้องกัน และบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ

2. การส่งเสริมสิทธิแรงงาน ความหลากหลาย และความเท่าเทียม

บริษัทฯ ส่งเสริมการเคารพสิทธิแรงงานตามหลักสากล สนับสนุนความหลากหลาย (Diversity) และความเท่าเทียม (Equity & Inclusion) ในทุกระดับขององค์กร พร้อมป้องกันการเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิดในทุกรูปแบบ

3. การสรรหา การประเมินผล และค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม

บริษัทฯ ดำเนินกระบวนการสรรหา การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการกำหนดค่าตอบแทนอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเท่าเทียม โดยยึดหลักความสามารถและผลงานเป็นสำคัญ

4. การป้องกันการเลือกปฏิบัติและการล่วงละเมิด

บริษัทฯ จัดให้มีกลไกการร้องเรียนและการเยียวยาที่เป็นธรรม โปร่งใส และเข้าถึงได้ เพื่อคุ้มครองผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเหมาะสม

5. การพัฒนาองค์ความรู้และการสื่อสารด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ พัฒนาองค์ความรู้ สร้างความตระหนัก และสื่อสารนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดทำและเผยแพร่แนวปฏิบัติให้ทุกหน่วยงานนำไปใช้ในการดำเนินงาน

6. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการสื่อสารอย่างเปิดกว้าง

บริษัทฯ สนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย ผ่านการสื่อสารที่เปิดเผย โปร่งใส และรับฟังความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

7. การส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กร

เบริษัทฯส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่เคารพซึ่งกันและกัน สนับสนุนการทำงานร่วมกัน การสื่อสารอย่างเปิดกว้าง และการมีส่วนร่วม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและเท่าเทียม

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • การดำเนินงานธุรกิจของบริษัทฯ ได้รับการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน 100%
  • จำนวนข้อร้องเรียนหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนในองค์กรและห่วงโซ่อุปทานจากการดำเนินงานของบริษัทฯ 0 กรณี
  • อัตราพนักงานหญิงในระดับบริหารต่อพนักงานชายระดับบริหาร ไม่น้อยกว่า 50%
  • จำนวนข้อพิพาทด้านการปฏิบัติต่อแรงงานที่ไม่เป็นธรรม 0 กรณี

ผลการดำเนินงาน

ปี 2566ปี 2567ปี 2568
การดำเนินงานธุรกิจของบริษัทฯ ได้รับการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน100%
จำนวนข้อร้องเรียนหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนในองค์กรและห่วงโซ่อุปทานจากการดำเนินงานของบริษัทฯ0 กรณี0 กรณี0 กรณี
อัตราพนักงานหญิงในระดับบริหารต่อพนักงานชายระดับบริหาร ไม่น้อยกว่า 50%134 : 52
72.04%
126 : 42
75.00%
136 : 47
74.32%
จำนวนข้อพิพาทด้านการปฏิบัติต่อแรงงานที่ไม่เป็นธรรม0 กรณี0 กรณี0 กรณี

ความหลากหลายของพนักงาน

บริษัทฯ ส่งเสริมโอกาสที่เท่าเทียมและมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดกว้างและเคารพในความแตกต่าง โดยยึดมั่นในหลักการไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา เพศสภาพ อายุ เพศวิถี ความพิการ หรือสัญชาติ เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี

ปี 2566ปี 2567ปี 2568
พนักงานรวม (คน)2,1122,1091,969
พนักงานชาย (คน)653643613
พนักงานหญิง (คน)1,4591,4661,356

หมายเหตุ: ข้อมูลจำนวนพนักงานเป็นของบริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) เท่านั้น ไม่รวมบริษัทในเครือ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพของผู้พิการ โดยเปิดโอกาสให้ได้ใช้ความรู้ ความสามารถ และทักษะอย่างเหมาะสมในการประกอบอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมส่งเสริมให้สามารถดำรงชีวิตและมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างภาคภูมิใจ มีศักดิ์ศรี และมีบทบาทในการสร้างคุณค่าให้แก่องค์กรและสังคมอย่างยั่งยืน

ปี 2566ปี 2567ปี 2568
การจ้างงานผู้พิการรวม (คน)282724
พนักงานผู้พิการชาย (คน)201715
พนักงานผู้พิการหญิง (คน)8109

หมายเหตุ: ข้อมูลจำนวนพนักงานเป็นของบริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) เท่านั้น ไม่รวมบริษัทในเครือ

การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับพนักงานในฐานะทุนมนุษย์ที่ขับเคลื่อนความสำเร็จและความยั่งยืนขององค์กร โดยบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบ โปร่งใส และเป็นธรรม ครอบคลุมการสรรหา การพัฒนา การประเมินผล และการรักษาพนักงาน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพองค์กรและความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

แผนการจัดการด้านการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล

บริษัทฯ ดำเนินการบริหารทรัพยากรบุคคลในเชิงกลยุทธ์ เพื่อสนับสนุนความสามารถในการแข่งขัน ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทุนมนุษย์ การบริหารความเสี่ยงด้านกำลังคน และการสร้างระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตลอดวงจรการบริหารทรัพยากรบุคคล ภายใต้การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน และการคุ้มครองสิทธิของพนักงานอย่างเป็นธรรม

1. การวางแผนกำลังคนและการบริหารโครงสร้างองค์กร

บริษัทฯ จัดทำแผนอัตรากำลังคนทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยพิจารณาจากกลยุทธ์องค์กร แผนธุรกิจ และปัจจัยความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อความพร้อมของกำลังคน เพื่อให้มีบุคลากรที่มีจำนวนและทักษะเหมาะสม รองรับการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงาน เทคโนโลยี และสภาพการแข่งขันทางธุรกิจ

2. การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการยกระดับทักษะ

บริษัทฯ ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะของพนักงานอย่างเป็นระบบ ผ่านการฝึกอบรมด้านทักษะเชิงเทคนิค และทักษะด้านพฤติกรรมและการทำงานร่วมกัน เพื่อเพิ่มผลิตภาพในการทำงาน และเตรียมความพร้อมของบุคลากรต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

3. การพัฒนาผู้นำและแผนสืบทอดตำแหน่ง

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้นำในทุกระดับ และจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งสำหรับตำแหน่งงานที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการบริหารจัดการ ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาบุคลากรหลัก และเสริมความมั่นคงในการดำเนินธุรกิจ

4. การบริหารผลการปฏิบัติงานเพื่อยกระดับประสิทธิภาพองค์กร

บริษัทฯ ใช้ระบบบริหารผลการปฏิบัติงานเป็นเครื่องมือในการกำหนดเป้าหมาย ติดตาม และประเมินผลการทำงานของบุคลากรให้สอดคล้องกับทิศทางและกลยุทธ์องค์กร โดยนำข้อมูลผลการดำเนินงานมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร การวางแผนกำลังคน และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานในภาพรวม

5. การสร้างวัฒนธรรมองค์กรและความผูกพันของพนักงาน

บริษัทฯ ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การสื่อสารที่เปิดกว้าง และการมีส่วนร่วมของพนักงาน ผ่านกลไกการรับฟังความคิดเห็นและกิจกรรมภายในองค์กร เพื่อเสริมสร้างความผูกพัน ความร่วมมือ และความพร้อมในการขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายระยะยาว

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • อัตราการลาออก ไม่เกิน 20% ต่อปี
  • พนักงานได้รับการเรียนรู้และพัฒนา เฉลี่ย 8 ชั่วโมง ต่อคนต่อปี
  • อัตราความผูกพันของพนักงาน ไม่น้อยกว่า 85%

ผลการดำเนินงาน

ปี 2566ปี 2567ปี 2568
อัตราการลาออกต่อปี18.32%13.70%15.64%
พนักงานได้รับการเรียนรู้และพัฒนา (ชั่วโมง/คน/ปี)19.9717.5812.65
ระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน75.56%

การสำรวจความผูกพันของพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดี และความสุขในการทำงานของพนักงาน โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการสำรวจความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement Survey) เป็นครั้งแรก เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาแนวทางการดูแลพนักงานในระยะยาว

การสำรวจครอบคลุมประเด็นด้านความพึงพอใจในการทำงาน แรงจูงใจ ความสัมพันธ์ในที่ทำงาน สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ รวมถึงสภาพแวดล้อมการทำงาน โดยมีพนักงานเข้าร่วมตอบแบบสำรวจ 1,376 คน คิดเป็นร้อยละ 63.20 ของพนักงานทั้งหมด ผลการสำรวจพบว่าพนักงานมีระดับความผูกพันต่อองค์กรอยู่ที่ร้อยละ 75.56

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำผลการสำรวจความผูกพันของพนักงานมาวิเคราะห์และใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดแผนงานด้านทรัพยากรบุคคล อาทิ การพัฒนาสภาพแวดล้อมในการทำงาน สิทธิประโยชน์และสวัสดิการ รวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในทุกระดับ เพื่อยกระดับความผูกพัน ความพึงพอใจ และความเป็นอยู่ที่ดีในการทำงาน อันจะนำไปสู่การสร้างคุณค่าและการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการดูแลด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยยึดมั่นเป้าหมาย “อุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident)” เพื่อปกป้องชีวิต สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ผู้รับเหมา และคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัทฯ

บริษัทฯ มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และเอื้อต่อการทำงานอย่างยั่งยืน ผ่านการบริหารจัดการความเสี่ยง การป้องกันอุบัติเหตุและโรคจากการทำงานอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการส่งเสริมความรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมของพนักงาน ผู้รับเหมา และคู่ค้า

แนวทางดังกล่าวสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

แผนการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

บริษัทฯ จัดทำแผนการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยยึดหลักการป้องกันเชิงรุก การบริหารความเสี่ยง และการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย อุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accident) ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตในการทำงาน และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

1. การประเมินและบริหารความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ดำเนินการประเมิน ทบทวน และจัดลำดับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นประจำทุกปี เพื่อกำหนดมาตรการควบคุม ป้องกัน และลดความเสี่ยงให้เหมาะสมกับลักษณะงานและพื้นที่ปฏิบัติงาน ครอบคลุมกิจกรรมของพนักงาน ผู้รับเหมา และคู่ค้า ตลอดจนกระบวนการทำงาน พื้นที่ปฏิบัติงาน และห่วงโซ่อุปทานที่เกี่ยวข้อง

2. การกำกับดูแลด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน

จัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบาย ประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามกำกับดูแลการปฏิบัติงานของพนักงาน ผู้รับเหมา และคู่ค้า ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยเดียวกันอย่างเคร่งครัด

3. การจัดการอุบัติเหตุและเหตุเกือบเกิด

จัดให้มีระบบรายงาน สอบสวน วิเคราะห์สาเหตุ และจัดการอุบัติเหตุ รวมถึงเหตุการณ์เกือบเกิด (Near Miss) ที่เกิดขึ้นกับพนักงาน ผู้รับเหมา และคู่ค้า เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุซ้ำ

4. การพัฒนาองค์ความรู้และวัฒนธรรมความปลอดภัย

ส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ผ่านการฝึกอบรม การสื่อสาร และกิจกรรมรณรงค์ต่าง ๆ ให้กับพนักงาน ผู้รับเหมา และคู่ค้า เพื่อสร้างจิตสำนึกและวัฒนธรรมความปลอดภัยร่วมกัน

5. การดูแล ส่งเสริมสุขภาพและอาชีวอนามัย

จัดให้มีการตรวจสุขภาพประจำปี และการตรวจสุขภาพเฉพาะทางตามปัจจัยเสี่ยงของแต่ละตำแหน่งงาน รวมถึงดำเนินโครงการส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Program) เพื่อป้องกันโรคจากการทำงาน และเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน

6. การจัดการสภาพแวดล้อมและสถานที่ทำงาน

บริหารจัดการสภาพแวดล้อมและสถานที่ทำงานให้มีความปลอดภัย ถูกสุขลักษณะ และเหมาะสมต่อการทำงานของพนักงาน ผู้รับเหมา และคู่ค้า รวมถึงการควบคุมปัจจัยเสี่ยงด้านกายภาพ เคมี ชีวภาพ และการยศาสตร์

7. การติดตาม ประเมินผล และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

กำหนดการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำผลการประเมินไปใช้ในการทบทวนแผน ปรับปรุงมาตรการ และยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • จำนวนการเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตจากการทำงาน 0 กรณี
  • จำนวนการเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงานของผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด 0 กรณี

ผลการดำเนินงาน

ปี 2566ปี 2567ปี 2568
การเกิดอุบัติเหตุถึงขั้นเสียชีวิตจากการทำงาน0 กรณี0 กรณี0 กรณี
การเจ็บป่วยด้วยโรคจากการทำงานของผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด0 กรณี0 กรณี0 กรณี

ความรับผิดชอบต่อลูกค้าและผู้บริโภค

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ยึดมั่นในจริยธรรม และเคารพสิทธิของลูกค้าและผู้บริโภค โดยให้ความสำคัญต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และความพึงพอใจของลูกค้า พร้อมมีระบบรับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียน เพื่อนำไปพัฒนาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง

แผนการจัดการด้านความรับผิดชอบต่อลูกค้าและผู้บริโภค

บริษัทฯ ดำเนินการบริหารจัดการด้านความรับผิดชอบต่อลูกค้าและผู้บริโภคอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความโปร่งใส และจริยธรรมทางธุรกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความพึงพอใจ และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้าในระยะยาว

1. การดำเนินธุรกิจตามมาตรฐานสากลและกรอบความยั่งยืน

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้มาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ISO 9001:2015, ISO 14001:2015, Responsible Jewellery Council (RJC Code of Practices – COP 29) รวมถึงกรอบการดำเนินงานด้าน ESG และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs) เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า ความปลอดภัย และความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่คุณค่า

2. การสื่อสารข้อมูลกับลูกค้าอย่างโปร่งใสและเข้าถึงได้

บริษัทฯ ดำเนินการสื่อสารข้อมูลกับลูกค้าอย่างถูกต้อง ชัดเจน และมีความรับผิดชอบ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์และสื่อออนไลน์ โดยกำหนดแนวปฏิบัติด้านการเปิดเผยข้อมูลอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริโภคบนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน โปร่งใส และตรวจสอบได้

3. ระบบรับฟังความคิดเห็นและการจัดการข้อร้องเรียน

บริษัทฯ จัดให้มีช่องทางรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อร้องเรียนจากลูกค้าอย่างเป็นทางการ ผ่านโทรศัพท์ อีเมล และเว็บไซต์ พร้อมระบบบันทึก ติดตาม และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขและการสื่อสารกลับแก่ลูกค้าเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้

4. การประเมินความพึงพอใจของลูกค้า

บริษัทฯ จัดให้มีการประเมินความพึงพอใจของลูกค้าเป็นประจำทุกปีในกลุ่มลูกค้า Top 20 โดยนำผลการประเมินมาใช้ในการวิเคราะห์แนวโน้ม ความคาดหวัง และประเด็นสำคัญของลูกค้า เพื่อนำไปปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานและยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ

5. การอบรมและพัฒนาบุคลากร

บริษัทฯ ดำเนินการพัฒนาและยกระดับศักยภาพบุคลากรอย่างเป็นระบบ ผ่านการอบรมอย่างต่อเนื่องในด้านจริยธรรม การคุ้มครองผู้บริโภค และมาตรฐานการดำเนินงาน เพื่อสนับสนุนการส่งมอบคุณค่าและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย

6. การรายงานผลและการกำกับติดตาม

บริษัทฯ จัดทำรายงานผลความพึงพอใจของลูกค้าและผลการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อลูกค้าและผู้บริโภค เพื่อนำเสนอต่อผู้บริหารและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง และใช้เป็นข้อมูลในการทบทวนแผนและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • ความพึงพอใจของลูกค้า Top 20 ไม่น้อยกว่า 90%

ผลการดำเนินงาน

ปี 2566ปี 2567ปี 2568
ความพึงพอใจของลูกค้า Top 2085.31%87.17%83.68%

ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส
โปรดกรอกรายละเอียดของท่านเพื่อประโยชน์ในการแจ้งผลการดำเนินการ ทั้งนี้ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับ และไม่เปิดเผยต่อบุคคลอื่น

กรอกแบบฟอร์ม

ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนและการแจ้งเบาะแส

โปรดกรอกรายละเอียดของท่านเพื่อประโยชน์ในการแจ้งผลการดำเนินการ ทั้งนี้ข้อมูลของท่านจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นความลับ และไม่เปิดเผยต่อบุคคลอื่น

การบริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้า

บริษัทฯ ดำเนินการบริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้าอย่างเป็นระบบ ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความโปร่งใส และจริยธรรมทางธุรกิจ โดยกำหนดความคาดหวังให้คู่ค้าปฏิบัติตามกฎหมาย มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน รวมถึงข้อกำหนดของ Responsible Jewellery Council (RJC) และจรรยาบรรณคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน

แผนการจัดการด้านการบริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้า

บริษัทฯ มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือกับคู่ค้าอย่างรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและการดำเนินธุรกิจ โดยมีแนวทางการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

1. การประเมินและพัฒนาคู่ค้าอย่างยั่งยืน

ดำเนินโครงการประเมินและพัฒนาคู่ค้าตามหลัก Responsible Jewellery Council (RJC) Code of Practices (COP) และกรอบการดำเนินงานด้าน Environmental, Social and Governance (ESG) เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจของคู่ค้าให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง

2. การเสริมสร้างความเข้าใจและศักยภาพของคู่ค้า

จัดอบรมในหัวข้อ Responsible Sourcing and Human Rights Due Diligence เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจแก่คู่ค้าในประเด็นสิทธิมนุษยชน การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ และการบริหารความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน

3. การประเมินตนเองของคู่ค้า

จัดทำแบบประเมินตนเองของคู่ค้า (Supplier Self-Assessment Form) เพื่อใช้ในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ความเสี่ยง และติดตามการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้าน ESG และจรรยาบรรณคู่ค้า

4. การติดตามและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานของคู่ค้า

พัฒนาระบบฐานข้อมูลคู่ค้า และกระบวนการติดตามแผนการแก้ไขปรับปรุง (Corrective Action Plan: CAP) เพื่อใช้ในการกำกับติดตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของคู่ค้า สนับสนุนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเสริมสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่อุปทาน

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • คู่ค้าลงนามรับทราบและตกลงที่จะปฏิบัติตามจรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจของคู่ค้า 100%
  • คู่ค้าผ่านการประเมินตนเองด้าน ESG / RJC อย่างน้อย 90% ของคู่ค้าหลัก
  • ผลคะแนนความพึงพอใจของคู่ค้าหลัก อย่างน้อย 90%
  • ข้อร้องเรียนต่อความเป็นธรรมทางธุรกิจ 0 กรณี

ผลการดำเนินงาน

ปี 2566ปี 2567ปี 2568
คู่ค้าลงนามรับทราบและตกลงที่จะปฏิบัติตามจรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจของคู่ค้า94.29%
คู่ค้าหลักผ่านการประเมินตนเองด้าน ESG / RJC88.27%
ระดับความพึงพอใจของคู่ค้าหลัก90.03%
ข้อร้องเรียนต่อความเป็นธรรมทางธุรกิจ0 กรณี

หมายเหตุ: บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายดังกล่าวในปี 2568 เป็นปีแรก โดยในช่วงปี 2566–2567 ยังไม่มีการกำหนดเป้าหมายและติดตามผลการดำเนินงานในประเด็นนี้

ความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม

บริษัทฯ บูรณาการความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคมไว้ในการดำเนินธุรกิจ โดยบริหารจัดการผลกระทบทางสังคมอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการพิจารณาความเสี่ยง โอกาส และคุณค่าระยะยาวที่เกิดขึ้นต่อผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า

บริษัทฯ ใช้องค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และทรัพยากรขององค์กรในการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างมีเป้าหมาย สามารถติดตามและประเมินผลได้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิต และลดความเสี่ยงด้านสังคมที่อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ

การดำเนินงานด้านชุมชนและสังคมอยู่ภายใต้กระบวนการกำหนดนโยบาย การกำกับติดตาม และการทบทวนผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การลงทุนด้านสังคมสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน และสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แผนการจัดการด้านความรับผิดชอบต่อชุมชนและสังคม

โครงการการศึกษาระบบทวิภาคี
โครงการส่งเสริมทักษะอาชีพผู้พิการ
โครงการแพรนด้าแบ่งปันเคียงข้างชุมชน
โครงการการศึกษาระบบทวิภาคี
โครงการส่งเสริมทักษะอาชีพผู้พิการ
โครงการแพรนด้าแบ่งปันเคียงข้างชุมชน

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • การส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาอาชีพ 100 ทุน ต่อปี
  • การจ้างงานลูกจ้างที่ไม่ใช่ผู้พิการต่อผู้พิการ 70 : 1
  • การมีส่วนร่วมกับชุมชนด้านกิจกรรมเพื่อสังคม 15 พื้นที่ต่อปี

ผลการดำเนินงาน

ปี 2566ปี 2567ปี 2568
การส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาอาชีพ (ทุนต่อปี)100104105
การจ้างงานลูกจ้างที่ไม่ใช่ผู้พิการต่อผู้พิการ70:178:181:1
การมีส่วนร่วมกับชุมชนด้านกิจกรรมเพื่อสังคม (พื้นที่ต่อปี)282834

การสร้างคุณค่าทางสังคมและเศรษฐกิจ

ปี 2566ปี 2567ปี 2568
การบริจาคเพื่อการกุศล (บาท)66,832.0061,326.00
ทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพผ่านโครงการการศึกษาระบบทวิภาคี (บาท)10,567,225.4210,157,109.59
การจ้างงานผู้พิการ (บาท)6,734,940.006,580,716.00
มูลค่าทางเศรษฐกิจต่อครัวเรือน (บาท)304,577.36307,611.41