สิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจที่ควบคู่การดูแลและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการบริหารจัดการพลังงาน น้ำ ขยะ ของเสีย และมลพิษ ตลอดจนบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อสภาพแวดล้อมที่ดีของสังคม

นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม

บริษัทฯ ตระหนักถึงความรับผิดชอบโดยคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อพนักงาน ชุมชน และตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องจึงได้กำหนดนโยบายเพื่อควบคุม และลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติ และพลังงาน เพื่อให้ผู้บริหาร พนักงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนมีส่วนร่วมและยึดถือ ปฏิบัติ

พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อความยั่งยืนด้านพลังงาน

การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ พื้นที่

9,010

ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

821,959.43

เทียบเท่าการปลูกต้นไม้

64,000

ธนาคารขยะ

โครงการธนาคารขยะ มุ่งส่งเสริมการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการคัดแยกขยะรีไซเคิลภายในองค์กร โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ

การจัดหาทองคำและเงินรีไซเคิล

บริษัทฯ มีทีมจัดหาวัตถุดิบที่ทำงานอย่างใกล้ชิดกับคู่ค้าทางธุรกิจและซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ เพื่อจัดหาทองคำและเงินรีไซเคิลที่ได้รับการรับรองแหล่งที่มา โดยยึดมั่นในหลักความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน

กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม

8 มิ.ย. 2569

PRANDA และ PRIMA ร่วมส่งมอบขวดพลาสติกใช้แล้ว สนับสนุนโครงการ “แยกเพื่อให้…พี่ไม้กวาด”

12 พ.ค. 2569

แพรนด้าขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สร้างผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม

30 มี.ค. 2569

“Earth Hour Day 2026” แพรนด้าจุดพลังพนักงาน ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกอย่างยั่งยืน

การบริหารจัดการพลังงาน

บริษัทฯ มุ่งมั่นและตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยควบคุมและลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนการลดต้นทุนด้านพลังงานและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แผนการบริหารจัดการพลังงาน

บริษัทฯ มุ่งบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน สนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยมีแนวทางการจัดการ ดังนี้

1. ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเลือกใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงาน รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน
2. ตรวจสอบความสมบูรณ์ของอุปกรณ์และเครื่องจักรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานสูงสุด
3. ติดตาม ตรวจวัด และประเมินผลการใช้พลังงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถควบคุมการใช้พลังงานและลดการสูญเสียที่ไม่จำเป็น
4. ส่งเสริมความตระหนักรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานแก่พนักงาน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • ลดการซื้อไฟฟ้ามาใช้ ลดลง 15% เทียบกับปีฐาน 2567 ภายในปี 2568

ผลการดำเนินงาน

หน่วย256625672568
ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม กิโลวัตต์-ชั่วโมง6,849,689.577,561,347.616,708,445.16
ปริมาณการซื้อไฟฟ้าใช้กิโลวัตต์-ชั่วโมง6,402,352.366,743,549.015,095,531.78
ปริมาณการซื้อหรือผลิตไฟฟ้ามาจากแหล่งพลังงานทดแทนกิโลวัตต์-ชั่วโมง447,337.21817,798.601,612,913.38
อัตราการซื้อไฟฟ้ามาใช้-6.53%-10.82%-24.44%

การบริหารจัดการน้ำ

บริษัทฯ ตระหนักว่าน้ำเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจและชุมชนโดยรอบ จึงมุ่งมั่นบริหารจัดการการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพและรู้คุณค่า โดยลดปริมาณการใช้น้ำ ส่งเสริมการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และดำเนินมาตรการป้องกันผลกระทบต่อการดำรงชีพและการใช้น้ำของชุมชนรอบสถานประกอบการ เพื่อสนับสนุนการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แผนการบริหารจัดการน้ำ

บริษัทฯ มุ่งบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ควบคู่กับการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยมีแนวทางการจัดการ ดังนี้
1. ตรวจสอบและติดตามการใช้น้ำในทุกกระบวนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและลดการใช้น้ำที่ไม่จำเป็น
2. ปรับปรุงกระบวนการใช้น้ำและเลือกใช้เทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง
3. ดำเนินการบำบัดน้ำเสียด้วยระบบที่ได้มาตรฐาน ก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชน
4. ส่งเสริมการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ โดยใช้ระบบ Reverse Osmosis (RO) เพื่อลดการใช้น้ำดิบและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำ
5. ติดตาม ตรวจวัด และประเมินผลการใช้น้ำและคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิผล

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • การใช้น้ำ ลดลง5% เทียบกับปีฐาน 2567 ภายในปี 2568

ผลการดำเนินงาน

หน่วย256625672568
ปริมาณการใช้น้ำรวมลูกบาศก์เมตร145,423.00163,730.00144,308.00
อัตราการใช้น้ำ+5.77%+49.18%-11.86%

การบริหารจัดการขยะ ของเสีย และมลพิษ

บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการขยะ ของเสีย และมลพิษที่เกิดจากกระบวนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งลดปริมาณของเสียตั้งแต่ต้นทางตามหลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) ผ่านการลดการใช้ทรัพยากร การนำกลับมาใช้ซ้ำ และการนำมาเพื่อใช้ประโยชน์ใหม่ ภายใต้กระบวนการบริหารจัดการที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ พร้อมสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

แผนการบริหารจัดการขยะ และของเสีย

บริษัทฯ มุ่งบริหารจัดการขยะและของเสียอย่างเป็นระบบ เพื่อลดปริมาณขยะที่เกิดจากการดำเนินงาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า โดยมีแนวทางการจัดการ ดังนี้
1. ดำเนินมาตรการลดปริมาณขยะทั่วไปจากการอุปโภคและบริโภคของพนักงานภายในบริษัทฯ โดยส่งเสริมการคัดแยกขยะและลดการใช้พลาสติก
2. ส่งเสริมโครงการนำขยะอินทรีย์ไปต่อยอดเป็นอาหารสัตว์ เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ และเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรเหลือใช้
3. ส่งเสริมการรีไซเคิลและการลดของเสียจากกระบวนการดำเนินงาน ผ่านการคัดแยกขยะ และการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อลดการเกิดของเสียตั้งแต่ต้นทาง
4. ติดตาม ตรวจวัด และประเมินผลการจัดการขยะและของเสียอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • ปริมาณขยะ และของเสีย (ประเภทขยะไม่อันตราย) ลดลง 5% เทียบกับปีฐาน 2567 ภายในปี 2568

ผลการดำเนินงาน

หน่วย256625672568
ปริมาณขยะ และของเสีย (ประเภทขยะไม่อันตราย)กิโลกรัม4.305.0085,328.2564,113.05
อัตราปริมาณขยะ และของเสีย (ประเภทขยะไม่อันตราย)-71.90%+1.882.07%-24.86%
ปริมาณขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้กิโลกรัม4,305.004,569.203,115.40

หมายเหตุ: ในปี 2567–2568 บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001:2015 และได้รวมปริมาณขยะทั่วไปไว้ในการรายงานข้อมูลด้วย ขณะที่ในปี 2566 ยังไม่ได้รวมปริมาณขยะทั่วไปในการคำนวณ

การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานในทุกกิจกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้กรอบระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ISO 14001 และสอดคล้องกับมาตรฐานจริยธรรมและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับตามหลักเกณฑ์ Responsible Jewellery Council: Code of Practice (COP 27) โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการติดตาม ตรวจวัด และควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แผนบริหารการจัดการก๊าซเรือนกระจก

บริษัทฯ กำหนดแผนการจัดการก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ เพื่อควบคุมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการดำเนินงาน โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน แผนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แนวทางการดำเนินงานที่สำคัญ ประกอบด้วย

1. การจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้ยานพาหนะในการดำเนินงาน

บริษัทฯ ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicles: EV) ในการดำเนินงาน โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้เพิ่มจำนวนรถ EV และปรับลดการใช้รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน ส่งผลให้สัดส่วนการใช้รถ EV เพิ่มจากร้อยละ 12.5 ในปี 2567 เป็นร้อยละ 25 ของจำนวนรถทั้งหมด เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการใช้ยานพาหนะในการดำเนินงาน

2. การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศ

บริษัทฯ ดำเนินมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของระบบปรับอากาศ โดยเปลี่ยนทดแทนเครื่องปรับอากาศที่ชำรุดหรือหมดอายุการใช้งานเป็นเครื่องปรับอากาศประหยัดพลังงาน และเลือกใช้น้ำยาทำความเย็นที่มีค่าศักยภาพการก่อภาวะโลกร้อนต่ำ (Low Global Warming Potential: GWP)

3. การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบแสงสว่าง

บริษัทฯ ดำเนินโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพระบบแสงสว่าง โดยเปลี่ยนหลอดไฟฟลูออเรสเซนท์เป็นหลอดไฟ LED เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการใช้พลังงานไฟฟ้า และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • ระยะสั้น: ภายในปี 2568 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตที่ 1-3 อย่างน้อย 5% หรือ 416.85 tonCO2e (ปีฐาน 2567 = 8,337 tonCO2e)
  • ระยะกลาง: ภายในปี 2573 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตที่ 1-3 อย่างน้อย 25% หรือ 2,084.25 tonCO2e (ปีฐาน 2567 = 8,337 tonCO2e)
  • ระยะยาว: ภายในปี 2593 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

ผลการดำเนินงาน

  • จากมาตรการระยะสั้น ภายใน ปี 2568 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขอบเขตที่ 1-3 ได้ 34.08% หรือลดลง 2,841.46 tCO2e เมื่อเทียบกับปีฐาน 2567
หน่วย256625672568
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า4,899.008,337.004,822.73
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก-ขอบเขตที่ 1ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า479.00467.00443.05
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก-ขอบเขตที่ 2ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า3,324.003,411.002,565.72
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก-ขอบเขตที่ 3ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า1,096.004,459.001,813.96

แพรนด้า สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ และสาขานครราชสีมา ได้รับการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ

การได้รับการรับรองดังกล่าวยังตอกย้ำความเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับรายแรก ๆ ที่ผ่านการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร แสดงถึงบทบาทความเป็นผู้นำด้านการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ความหลากหลายทางชีวภาพ

บริษัทฯตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน จึงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการอนุรักษ์และลดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมายและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ การใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ ไปจนถึงการควบคุมและลดผลกระทบจากกระบวนการผลิต ของเสีย และมลพิษ โดยปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนด และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง อาทิ RJC และ ISO 14001 เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แผนการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ

1.การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ

การจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบบริษัทมีกระบวนการจัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ โดยกำหนดให้วัตถุดิบหลักทั้งหมดต้องมาจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน คิดเป็นร้อยละ 100 ของวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัทได้ดำเนินการขึ้นทะเบียน คัดกรอง และประเมิน Supplier ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอย่างเป็นระบบ เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล รวมถึงสนับสนุนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนหลักฐานประกอบ ทะเบียน Supplier

2.การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต

การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิตบริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมและจัดการผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต โดยมีมาตรการบริหารจัดการของเสียอันตรายและน้ำเสียอย่างเป็นระบบ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน 100% บริษัทดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปล่อยของเสียและน้ำเสียเป็นประจำ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่โดยรอบหลักฐานประกอบ: รายงานการตรวจสอบสิ่งแวดล้อมประจำปี

เป้าหมายการดำเนินงาน

  • จัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ 100% ของวัตถุดิบหลักมาจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบย้อนกลับได้
  • ปริมาณของเสียอันตรายและน้ำเสียที่ปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม เป็นไปตามกฎหมาย 100%

ผลการดำเนินงาน

256625672568
จัดหาวัตถุดิบอย่างรับผิดชอบ 100% ของวัตถุดิบหลักมาจากแปล่งที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบย้อนกลับได้100%100%100%
ปริมาณของเสียอันตรายและน้ำเสียที่ปล่อยออกสู่สิ่งแวดล้อม เป็นไปตามกฎหมาย 100%100%100%100%