ข่าวสารองค์กร

คุณปรีดา เตียสุวรรณ์ : ความผูกพันและความจงรักภักดี  เริ่มต้นจากการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี

24 ก.ย. 25

เรียบเรียงจาก บทสัมภาษณ์พิเศษในElite Plus Magazine (Story by Elite Plus Editorial Team)

ก่อนเริ่มต้นการสัมภาษณ์ คุณปรีดา ประธานผู้ก่อตั้งแพรนด้า ได้นำชมสิ่งที่ท่านถือว่าสำคัญที่สุดของสำนักงานใหญ่ นั่นคือ ‘ทำเนียบทอง 35 ปี’ (35 Years Golden List) ป้ายเกียรติยศที่จารึกรายชื่อพนักงานซึ่งอุทิศตนทำงานกับแพรนด้ามานานกว่า 35 ปี ด้วยความภาคภูมิใจ

คุณปรีดาได้กล่าวว่า:

“ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในการสร้างความยั่งยืนให้ธุรกิจ คือ คนของเรา หากพนักงานมีความสุข ธุรกิจก็จะเติบโต ความปรารถนาของผมคืออยากเห็นรายชื่อบนป้ายเกียรติยศนี้เพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อสะท้อนความจงรักภักดีและพลังความร่วมมือของทุกคน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสิ่งที่เรามีในวันนี้”

นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของบทสัมภาษณ์ที่คุณปรีดาต้องการถ่ายทอด นั่นคือ เรื่องความยั่งยืน (Sustainability)

เรื่องราวและแรงบันดาลใจสู่การก่อตั้งแพรนด้า

คุณปรีดาได้ย้อนเล่าถึงที่มาและแรงบันดาลใจในการก่อตั้งแพรนด้าว่า:

“ผมเป็นพี่ชายคนโตในจำนวนพี่น้อง 7 คน และเป็นคนแรกที่ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อต่างประเทศ โดยเลือกเรียนด้านธุรกิจที่มหาวิทยาลัยเวสต์ลอนดอน ในช่วงนั้น ผมเริ่มคิดถึงธุรกิจที่จะช่วยสร้างโอกาสให้พี่น้องของผมได้ไปเรียนต่อต่างประเทศเช่นเดียวกัน พ่อแม่ของผมทำธุรกิจร้านอาหาร ทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย แต่ผมรู้ดีว่านั่นยังไม่เพียงพอ หากต้องการให้พี่น้องทุกคนมีโอกาสทางการศึกษาในต่างแดน

ต้องเข้าใจก่อนว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว หลังจากพิจารณาธุรกิจหลายประเภท ผมพบว่าอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับมีศักยภาพสูง กำลังอยู่ในช่วงเติบโต อีกทั้งประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงยังเป็นแหล่งเหมืองแร่ที่อุดมสมบูรณ์ มีอัญมณีหลากหลายชนิด ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญ”

“กลับมาประเทศไทย ผมจึงรวมตัวกับครอบครัวและตัดสินใจก่อตั้งบริษัทผลิตเครื่องประดับ”

เมื่อถามถึงที่มาของชื่อ “แพรนด้า” คุณปรีดาอธิบายว่า ชื่อดังกล่าวมาจากอักษรตัวแรกของสมาชิกในครอบครัวหลายคนที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษร “P” จึงนำมาเป็นชื่อบริษัท

บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2516 ภายใต้ชื่อ บริษัท แพรนด้า ดีไซน์ จำกัด อีก 10 ปีต่อมาได้ก่อตั้ง แพรนด้า จิวเวลรี่ และในปี พ.ศ. 2533 บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นบริษัทมหาชนในวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2537

หัวใจของงานคุณภาพอยู่ที่ความเอาใจใส่พนักงาน

คุณปรีดากล่าวว่า:

“เคล็ดลับไม่ซับซ้อน อยู่ที่การให้ความสำคัญกับพนักงานและใส่ใจในทุกขั้นตอนของงาน หากเราดูแลพนักงานอย่างดี พวกเขาก็พร้อมทุ่มเทเต็มที่ เพราะกว่า 90% ของคุณภาพงานขึ้นอยู่กับความสุขของพนักงาน สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลงานที่ประณีต สวยงาม และมีคุณภาพสูง สร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้าชั้นนำทั่วโลก”

ความยั่งยืนและการสนับสนุนเป้าหมายสากล

คุณปรีดาเล่าว่า แพรนด้าเป็นหนึ่งในบริษัทอัญมณีและเครื่องประดับรายแรก ๆ ที่สนับสนุน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)

“ในปี พ.ศ. 2542 ในฐานะการดำเนินโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร (CSR) ผมได้ร่วมมือกับผู้บริหารจากหลายองค์กรในภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อก่อตั้ง Social Venture Network (SVN) Asia ประจำประเทศไทย ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของ SVN ระดับโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงสู่โลกที่ยุติธรรม มีมนุษยธรรม และยั่งยืน

ระหว่างนั้น Russell E. Train อดีตผู้อำนวยการสำนักคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ และผู้ก่อตั้ง WWF ได้ติดต่อเราในระหว่างการเดินทางรอบโลก เพื่อนำเสนอผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อสัตว์ป่า มนุษย์ และสิ่งแวดล้อม เขาเล่าถึงงานวิจัยที่ดำเนินมากว่า 15 ปีบนเกาะร้างในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งพยายามหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในทุกชนิด แต่เมื่อสิ้นสุดการศึกษา พบว่าระดับคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษอื่น ๆ กลับสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก

ไม่นานหลังจากนั้น อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ Kofi Annan ได้ประกาศโครงการ World Global Compact (UNGC) ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม และสนับสนุน UN SDGs กลุ่มของผมจึงตัดสินใจเข้าร่วมความพยายามเหล่านี้ เพื่อช่วยปกป้องโลก มนุษย์ และสัตว์

เป้าหมายของเราคือ จำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยโลกไม่เกิน 1.5°C  แต่ปัจจุบันเป็นเรื่อง  ท้าทายมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงปารีส และสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน ปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติ พร้อมลดเงินทุนสนับสนุนพลังงานทางเลือก และสนับสนุนการขายรถยนต์ใช้น้ำมันสันดาปภายใน สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ก่อมลพิษมากเป็นอันดับสองรองจากจีน หากดำเนินนโยบายเช่นนี้ โลกจะเผชิญภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น เช่น ไฟป่า น้ำท่วม และพายุใหญ่

ระหว่างเดือนมกราคม–พฤษภาคม พ.ศ.2567 ญี่ปุ่นมีผู้เสียชีวิต 61 คน จากความร้อนจัด และมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ.2571 ผลผลิตข้าวจะลดลงประมาณ 7% ในประเทศไทย และสูงถึง 20% ในเวียดนาม

ทุกคนจึงจำเป็นต้องตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้และลงมือปฏิบัติ สหประชาชาติได้ตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 45% ภายในปี พ.ศ.2573 และบรรลุ Net-Zero ภายในปี พ.ศ.2593 ขณะนี้หลายประเทศและบริษัทต่าง ๆ กำลังพยายามดำเนินการเพื่อรักษาโลกของเราให้ยั่งยืน”

แนวทางปฏิบัติของแพรนด้าเพื่อความยั่งยืน

คุณปรีดาอธิบายว่า:

“แม้ว่าผมจะเกษียณจากการบริหารงานแล้ว แต่ยังคงให้คำปรึกษาและข้อแนะนำ โดยเฉพาะในด้านสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน แพรนด้าได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งประชุมหารือเพื่อพัฒนาและปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง”

แพรนด้าให้ความสำคัญกับการสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญ อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ งานที่มีคุณค่า การผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ ความเท่าเทียมทางเพศ สันติภาพและสถาบันที่เข้มแข็ง ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ

เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายเหล่านี้ แพรนด้าดำเนินงานตามแนวคิด ESG ที่ครอบคลุมทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล โดยได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม พร้อมติดตั้งระบบโซลาร์เซลเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน ส่งเสริมการใช้ถุงพลาสติกย่อยสลายได้ ลดขยะอาหาร และจัดตั้ง “ธนาคารขยะ” เพื่อสนับสนุนการคัดแยกขยะอย่างมีระบบ

นอกจากนี้ แพรนด้ายังได้รับการรับรองเป็นสมาชิก Responsible Jewellery Council (RJC) สะท้อนความโปร่งใสในการทำงานกับคู่ค้าและซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้   รวมถึงการจัดหาทองคำและเงิน รีไซเคิลจากแหล่งที่ได้รับการรับรอง แสดงถึงความมุ่งมั่นในการดูแลห่วงโซ่อุปทานอย่างมีความรับผิดชอบ

แพรนด้ายึดมั่นในหลักความเท่าเทียม โดยมุ่งสนับสนุนทั้งพนักงาน ครอบครัว และสังคมโดยรวม เพราะเชื่อว่าเมื่อคนมีความสุข พวกเขาจะช่วยเหลือผู้อื่นและดูแลสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยั่งยืนและเอื้อต่อความสุขของพนักงาน จึงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ

คุณปรีดาย้ำในตอนท้ายว่า ทุกมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการ ล้วนเชื่อมโยงกัน การให้ความสำคัญกับชีวิตและการทำงานอย่างสมดุลคือหลักการที่เขายึดถือ พร้อมเป็นผู้นำด้วยการลงมือปฏิบัติ และหวังว่าผู้อื่นจะร่วมกันสืบสานแนวทางนี้ เพื่อรักษาโลกใบนี้ให้งดงามต่อไปสำหรับคนรุ่นหลัง

ข้อคิดทิ้งท้าย

“ผมอยากเชิญชวนทุกคนร่วมกันสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ซึ่งต้องอาศัยพลังความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เวลาที่เหลืออยู่น้อยกว่า 5 ปีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมาย แพรนด้ามุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสร้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ การผลิตและการบริโภคอย่างรับผิดชอบ ความเท่าเทียมทางเพศ สันติภาพ ความยุติธรรม และความร่วมมือในทุกระดับ สิ่งที่จะทำให้เป้าหมายเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง คือการที่ผู้คนพร้อมก้าวข้ามความโลภ และใช้ชีวิตเพื่อผู้อื่นควบคู่ไปกับการดูแลตนเอง ความมุ่งมั่นที่ลงมือทำอย่างจริงจังคือหัวใจสำคัญ ผมเชื่อมั่นว่า หากเราทุกคนร่วมแรงร่วมใจ ประเทศและโลกของเราจะยังคงงดงามและน่าอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป”