เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 น. บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง
พิธีประกอบด้วยการเจริญพระพุทธมนต์โดยพระสงฆ์ 10 รูป จากวัดบุรณศิริมาตยาราม วัดระฆังโฆสิตาราม วัดราชาธิวาส กรุงเทพมหานคร วัดเสนาสนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดจุฬามณี จังหวัดสมุทรสงคราม จากนั้น พระวชิรสุทธิโมลี วัดเสนาสนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แสดงพระธรรมเทศนาเรื่อง “อมตธรรมกถา” ซึ่งกล่าวถึงหลักธรรมอันเป็นอมตะและคำสอนที่นำไปสู่ความหลุดพ้นจากวัฏสงสาร อันเป็นแนวทางแห่งการปฏิบัติเพื่อเข้าถึงความสงบสุขที่แท้จริง ภายหลังเสร็จสิ้นการแสดงพระธรรมเทศนา ได้มีการถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ทั้ง 10 รูป ถวายผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ และประกอบพิธีอนุโมทนาตามลำดับ






แพรนด้าน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทย และทรงมีพระราชปณิธานในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมงานหัตถศิลป์ไทยให้ดำรงคุณค่าและเป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล พร้อมทั้งทรงเชิดชูภูมิปัญญาและฝีมือช่างไทยให้เป็นมรดกอันทรงคุณค่าของชาติ
ดังพระราชดำรัสที่ว่า
“ข้าพเจ้านั้นภูมิใจเสมอมาว่า คนไทยมีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา หรืออาชีพใด อยู่สารทิศใด คนไทยมีความละเอียดอ่อน และไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด ขอเพียงแต่ให้เขาได้โอกาสฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้…”
พระราชดำรัสดังกล่าวสะท้อนพระราชปณิธานในการธำรงรักษาและสืบสานคุณค่าของงานหัตถศิลป์ไทย ตลอดจนการส่งเสริมศักยภาพของช่างฝีมือไทย ซึ่งนับเป็นคุณูปการอันทรงคุณค่าที่มีต่อการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาของชาติ และยังคงเป็นแรงบันดาลใจในการสืบสานศิลปหัตถกรรมไทยตราบจนปัจจุบัน
ในโอกาสเดียวกัน บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) ได้เข้าถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อน้อมรำลึกในพระเกียรติคุณและพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงเปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถ และทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ โดยทรงให้ความสำคัญกับหลักความเป็นธรรม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบาง พระราชปณิธานและพระวิริยะอุตสาหะในการทรงงานเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติ จะยังคงเป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าและประทับอยู่ในดวงใจของปวงชนชาวไทยตราบนานเท่านาน


