ข่าวสารองค์กร

โครงการการศึกษาระบบทวิภาคีแพรนด้า ยืนหยัดสร้างช่างฝีมือคุณภาพ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ

26 พ.ค. 25

บริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมปฐมนิเทศต้อนรับนักศึกษาใหม่ “โครงการการศึกษาระบบทวิภาคี สาขาเครื่องประดับอัญมณี” ประจำปีการศึกษา 2568 โดยเปิดบ้านต้อนรับนักศึกษารุ่นที่ 25 จากกรุงเทพฯ และรุ่นที่ 18 จากจังหวัดนครราชสีมา พร้อมเชิญผู้ปกครองเข้าร่วมเยี่ยมชมสถานประกอบการ และรับฟังแนวทางการจัดการเรียนการสอนระบบทวิภาคีที่เรียนและฝึกปฏิบัติจริงในสถานประกอบการ

โครงการการศึกษาระบบทวิภาคี ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท แพรนด้า จิวเวลรี่ จำกัด (มหาชน) จัดการเรียนการสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ตามหลักสูตรของสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาให้เยาวชนไทยได้เข้ามาเรียนรู้ พัฒนาทักษะฝีมือ และสามารถต่อยอดสู่การประกอบอาชีพ สร้างรายได้ เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างมั่นคงและภาคภูมิใจ อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญของโครงการ คือการพัฒนาช่างฝีมือคุณภาพ เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศ ภายใต้แนวคิด “เรียนฟรี มีงานทำ” ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของแพรนด้าในการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคมควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน

มากกว่าการเปิดโอกาสทางการศึกษา โครงการนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญภายใต้แนวคิด “การพัฒนาคน” ที่แพรนด้ายึดถือมาโดยตลอด โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ผ่านการฝึกปฏิบัติงาน ด้วยเครื่องมือ อุปกรณ์ และวัตถุดิบที่ใช้จริงในสถานประกอบการ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ สิ่งนี้ช่วยเสริมสร้างทักษะเชิงปฏิบัติที่ตอบโจทย์การทำงานจริง และวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้แก่นักศึกษาในการก้าวสู่อาชีพอย่างมั่นคง

ตลอดระยะเวลา 25 ปี โครงการนี้ได้ผลิตบุคลากรคุณภาพเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแพรนด้าในการสร้าง “คุณค่าร่วม” ระหว่างธุรกิจกับสังคม โดยมุ่งหวังให้เยาวชนไทยมีโอกาสพัฒนาทั้งในด้านอาชีพและคุณภาพชีวิต ผ่านระบบการเรียนรู้ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน

แพรนด้าเชื่อมั่นว่า “การศึกษา” คือรากฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ “การยกระดับฝีมือแรงงาน” คือหัวใจของการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปสู่อนาคตที่มั่นคงและมีคุณภาพ ทั้งในด้านผลงานและชีวิต พร้อมร่วมสืบสานคุณค่าแห่งงานหัตถศิลป์ไทยให้คงอยู่อย่างภาคภูมิใจ